5 ข้อสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่สามารถนำไปใช้กับการประกอบธุรกิจได้ !!

ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่กำลังเกิดมาเยอะๆนั้นได้มีผลเสียมากมายจากการที่เวลาการพัฒนาด้านเทคโนโลยีกำลังปรับปรุงไปอย่างเร็วทำให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นมานั้นเปลี่ยนเป็นกระบวนการทำธุรกิจที่กำลังเป็นที่นิยมมหาศาลจากการที่ได้มีเทคโนโลยีกลุ่มนี้มาช่วยทำให้แนวทางการทำธุรกิจนั้นสบายมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ว่าสิ่งจำเป็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจนั้นก็จำเป็นจะต้องมีเอาไว้เพื่อไม่ให้การทำธุรกิจนั้นมีข้อบกพร่องขึ้นมา โดยจะมี สิ่งที่ควรจะทำก่อนเริ่มธุรกิจ ที่จะสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากมีหนทางกระบวนการทำธุรกิจที่กำลังเริ่มขึ้นมาจากการที่ได้มีการสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นไม่ว่าจะคือเรื่องของการวางเป้าหมายหรือการมองหาวิถีทางการเสริมสร้างรายได้เข้ามานั้นเพื่อกระบวนการทำธุรกิจมีคุณภาพ ด้วยเหตุนั้นแล้วพวกเราจะมาเสนอแนะถึง ข้อสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ โดยจะมีดังนี้

  1. การเตรียมเงินการลงทุนเอาไว้
    กระบวนการทำธุรกิจนั้นก็จำเป็นต้องมีเรื่องมีราวของการมีเงินลงทุนเอาไว้สำหรับในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการเริ่มทำธุรกิจหรือในระหว่างการดำเนินธุรกิจนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากที่จะจะต้องมีการเตรียมเอาไว้เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการแก้ปัญหาที่จะเข้ามาในธุรกิจได้ตลอดเวลา

  2. การสำรวจตลาดแล้วก็ความปรารถนาของผู้ใช้
    การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นบางครั้งก็อาจจะยังมีความสับสนในเรื่องเกี่ยวกับการมองหาวิถีทางที่จะสร้างเสริมรายได้ให้เกิดมาได้นั้นก็เพื่อกระบวนการทำธุรกิจมีคุณภาพได้นั้นก็จำเป็นต้องที่บางทีอาจจะจะต้องมีการค้นหาข้อมูลแล้วก็กล่าวโทษปรารถนาของผู้ซื้อที่ปรารถนาอะไรเพื่อใช้เป็นแถวทางในการตัดสินใจที่จะทำธุรกิจได้

  3. อย่าลังเลที่จะลงทุน
    การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นเมื่อมีเรื่องมีราวของการนำเงินทุนเข้ามามีความเกี่ยวข้องก็จำส่งผลให้เกิดการระแวงมากยิ่งกว่าเดิมจากการที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความนึกคิดที่ว่าจะทำธุรกิจแบบนี้ดีไหมหรือทำแล้วจะเสร็จจะมีลูกค้าเข้ามาไหมก็แปลงเป็นที่มาของความลังเลใจที่บางทีอาจจะไม่ให้กล้าที่จะลงมือกระทำด้วยเหตุนี้ก็ต้องมีการจัดเตรียมเอาไว้ให้พร้อมก่อนจะทำธุรกิจ

  4. การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจเพิ่มเติมอีกตลอดระยะเวลา
    การเริ่มทำธุรกิจเองก็จึงควรมีการเล่าเรียนกล่าวโทษทราบเสริมเติมตลอดเพื่อไม่ให้การทำธุรกิจนั้นเมื่อประสบพบเจอกับปัญหาเข้ามาแล้วไม่สามารถที่จะมีทางปรับแต่งได้ซึ่งสิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างยิ่งเป็นการที่ได้มีปัญหาเกิดมาข้างในธุรกิจแล้วไม่อาจจะปรับแต่งได้อาจจะเป็นผลให้แนวทางการทำธุรกิจนั้นกำเนิดความช้าได้

  5. มองหาหนทางแนวทางการทำธุรกิจเอาไว้ให้มากมาย
    เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มทำธุรกิจนั้นนอกเหนือจากการที่จะจะต้องมองหาวิถีทางแนวทางการทำธุรกิจเอาไว้แล้วนั้นบางครั้งอาจจะควรจะมีการมองหาหนทางอื่นๆเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นหนทางการสร้าง, วัตถุดิบสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นมา เพื่อมีวิถีทางสำหรับเพื่อการต่อกรวิธีการทำธุรกิจที่กำลังจะเริ่มได้อย่างถูกทาง

    จาก ข้อสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่ได้มีการกล่าวขึ้นมาในข้างต้นเนื้อหานี้นั้นก็เกิดมาได้จากการที่ในทุกวันนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจนั้นเริ่มที่จะมากเพิ่มขึ้นอย่างเร็วเนื่องจากได้มีการทำธุรกิจโดยใช้หนทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยทำให้วิธีการทำธุรกิจมีคุณภาพมากขึ้นและก็สบายง่ายอย่างยิ่งมากยิ่งกว่าเดิม ทำให้การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นก็เลยมีแบบธุรกิจเกิดมาจำนวนไม่ใช่น้อย

 

หลักง่าย ๆ ที่จะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกปลั๊กไฟ

หลักง่าย ๆ ที่จะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกปลั๊กไฟค่ะ

1. มอก. อันดับแรกที่จะขาดไม่ได้สำหรับการเลือกซื้อปลั๊กไฟ ก็ควรจะต้องดูว่าปลั๊กไฟตัวนั้นได้รับ มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) หรือได้รับมาตรฐานสากลเช่น CE TUV CCC CQC ซึ่งรางปลั๊กไฟที่ได้รับ มอก. ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนที่เป็นสายไฟ คือ มอก. 11-2531 คือ มอก. สายไฟหุ้มฉนวนทองแดง PVC รองรับอุณหภูมิที่ 70 องศาเซลเซียส

2. สายไฟ สำหรับสายไฟของชุดสายพ่วงต้องมีฉนวนหุ้ม 2 ชั้น รวมถึงเต้าเสียบและเต้ารับมีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ รวมถึงรางเต้ารับผลิตจากพลาสติกเอวีซี (AVC) ซึ่งเนื้อพลาสติกจะเนียนและทนต่อความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) จึงช่วยลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้กรณีเกิดความร้อนสูงที่ปลั๊กไฟสายพ่วง ซึ่งในการเลือกปลั๊กไฟก็ควรจะต้องดูขนาดของสายไฟด้วย หากจะะนำไปใช้ต่อพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังไฟมาก ก็ควรเลือกสายไฟให้มีขนาดที่ใหญ่พอจะส่งกำลังไฟไปได้เช่นกัน

ค่าขนาดสายที่ปลอดภัย

สายขนาด 0.5 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 1,200 วัตต์ (โดยประมาณ)
สายขนาด 1.0 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 2,200 วัตต์ (โดยประมาณ)

3. วัสดุที่ใช้ในการผลิต รวมไปถึงความแข็งแรงของปลั๊กไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิจารณาได้ง่ายที่สุด อาจใช้การเขย่าเพื่อฟังเสียงว่าอาจมีอุปกรณ์ภายในที่ทำไว้ไม่เรียบร้อย ซึ่งหากหลุดออกมาก็อาจทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมาได้ สำหรับวัสดุที่ใช้ในการนำไฟ ควรเป็นทองแดงหรือทองเหลืองเท่านั้น เพราะเป็นวัตถุที่นำกระแสไฟฟ้าได้ดี หากใช้วัตถุอื่น (เช่น เหล็กชุบสีหรือโลหะอื่น) อาจจะทำให้เกิดความร้อนสะสมและไฟฟ้าลัดวงจรได้ สำหรับตัวปลั๊กถ้าเป็นไปได้ควรเลือกพลาสติก ABS หรือ โพลี คาร์บอเนต ที่เป็นพลาสติกคุณภาพสูง เพราะสามารถทนความร้อนและรอยขีดข่วนได้ดี

4. มีสวิตซ์เปิด-ปิด เพื่อง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งอันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล

5. มีสายดินหรือไม่ สายดินก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก ในกรณีที่เกิดไฟชอร์ตหรือไฟรั่ว กระแสไฟเหล่านั้นก็จะไหลผ่านเข้าไปที่สายดินแทน ทำให้เราไม่ได้รับอันตรายจากการเกิดไฟรั่ว ซึ่งในการเลือกปลั๊กไฟนั้น บางยี่ห้อมีรูสำหรับสายดินแต่หากแกะดูภายในจริง ๆ จะพบว่าไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงรูเปล่าที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น

6. ระบบฟิวส์หรือเซอร์กิจเบรกเกอร์ ที่จะช่วยตัดกระแสไฟฟ้าหากใช้ไฟเกินขนาดที่กำหนด เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าสูงเกินกว่าที่สายไฟฟ้าจะทนได้ จนเกิดความร้อนสะสมขึ้นอาจทำความเสียหายต่อสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า เซอร์กิตเบรกเกอร์จะทำการตัดกระแสไฟฟ้าออกจากระบบโดยอัตโนมัติ หรือฟิวส์จะขาดเพื่อตัดกระแสไฟ

7. ป้องกันไฟกระชากได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ต่อพ่วงในกรณีที่เกิดไฟกระชาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น คอมพิวเตอร์

8. ม่านเปิด-ปิดรูปลั๊กไฟ ซึ่งอาจไม่ได้ดูสำคัญสำหรับบางคน แต่หากพูดถึงบ้านที่มีเด็กมันก็ค่อนข้างสำคัญมากเลยนะคะ เพราะจะช่วยป้องกันอันตรายจากเด็กที่อาจใช้ในจิ้มลงไปในรูปลั๊ก