หลักง่าย ๆ ที่จะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกปลั๊กไฟ

หลักง่าย ๆ ที่จะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกปลั๊กไฟค่ะ

1. มอก. อันดับแรกที่จะขาดไม่ได้สำหรับการเลือกซื้อปลั๊กไฟ ก็ควรจะต้องดูว่าปลั๊กไฟตัวนั้นได้รับ มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) หรือได้รับมาตรฐานสากลเช่น CE TUV CCC CQC ซึ่งรางปลั๊กไฟที่ได้รับ มอก. ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนที่เป็นสายไฟ คือ มอก. 11-2531 คือ มอก. สายไฟหุ้มฉนวนทองแดง PVC รองรับอุณหภูมิที่ 70 องศาเซลเซียส

2. สายไฟ สำหรับสายไฟของชุดสายพ่วงต้องมีฉนวนหุ้ม 2 ชั้น รวมถึงเต้าเสียบและเต้ารับมีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ รวมถึงรางเต้ารับผลิตจากพลาสติกเอวีซี (AVC) ซึ่งเนื้อพลาสติกจะเนียนและทนต่อความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) จึงช่วยลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้กรณีเกิดความร้อนสูงที่ปลั๊กไฟสายพ่วง ซึ่งในการเลือกปลั๊กไฟก็ควรจะต้องดูขนาดของสายไฟด้วย หากจะะนำไปใช้ต่อพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังไฟมาก ก็ควรเลือกสายไฟให้มีขนาดที่ใหญ่พอจะส่งกำลังไฟไปได้เช่นกัน

ค่าขนาดสายที่ปลอดภัย

สายขนาด 0.5 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 1,200 วัตต์ (โดยประมาณ)
สายขนาด 1.0 sqmm. จะใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าสูงสุด ไม่เกิน 2,200 วัตต์ (โดยประมาณ)

3. วัสดุที่ใช้ในการผลิต รวมไปถึงความแข็งแรงของปลั๊กไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิจารณาได้ง่ายที่สุด อาจใช้การเขย่าเพื่อฟังเสียงว่าอาจมีอุปกรณ์ภายในที่ทำไว้ไม่เรียบร้อย ซึ่งหากหลุดออกมาก็อาจทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมาได้ สำหรับวัสดุที่ใช้ในการนำไฟ ควรเป็นทองแดงหรือทองเหลืองเท่านั้น เพราะเป็นวัตถุที่นำกระแสไฟฟ้าได้ดี หากใช้วัตถุอื่น (เช่น เหล็กชุบสีหรือโลหะอื่น) อาจจะทำให้เกิดความร้อนสะสมและไฟฟ้าลัดวงจรได้ สำหรับตัวปลั๊กถ้าเป็นไปได้ควรเลือกพลาสติก ABS หรือ โพลี คาร์บอเนต ที่เป็นพลาสติกคุณภาพสูง เพราะสามารถทนความร้อนและรอยขีดข่วนได้ดี

4. มีสวิตซ์เปิด-ปิด เพื่อง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งอันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล

5. มีสายดินหรือไม่ สายดินก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก ในกรณีที่เกิดไฟชอร์ตหรือไฟรั่ว กระแสไฟเหล่านั้นก็จะไหลผ่านเข้าไปที่สายดินแทน ทำให้เราไม่ได้รับอันตรายจากการเกิดไฟรั่ว ซึ่งในการเลือกปลั๊กไฟนั้น บางยี่ห้อมีรูสำหรับสายดินแต่หากแกะดูภายในจริง ๆ จะพบว่าไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงรูเปล่าที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น

6. ระบบฟิวส์หรือเซอร์กิจเบรกเกอร์ ที่จะช่วยตัดกระแสไฟฟ้าหากใช้ไฟเกินขนาดที่กำหนด เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าสูงเกินกว่าที่สายไฟฟ้าจะทนได้ จนเกิดความร้อนสะสมขึ้นอาจทำความเสียหายต่อสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า เซอร์กิตเบรกเกอร์จะทำการตัดกระแสไฟฟ้าออกจากระบบโดยอัตโนมัติ หรือฟิวส์จะขาดเพื่อตัดกระแสไฟ

7. ป้องกันไฟกระชากได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ต่อพ่วงในกรณีที่เกิดไฟกระชาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น คอมพิวเตอร์

8. ม่านเปิด-ปิดรูปลั๊กไฟ ซึ่งอาจไม่ได้ดูสำคัญสำหรับบางคน แต่หากพูดถึงบ้านที่มีเด็กมันก็ค่อนข้างสำคัญมากเลยนะคะ เพราะจะช่วยป้องกันอันตรายจากเด็กที่อาจใช้ในจิ้มลงไปในรูปลั๊ก

ใส่ความเห็น